การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค จำเป็นต้องทำการทดสอบและเมินประสิทธิผลของการฆ่าเชื้อโรค เพื่อส้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ กลุ่มประเทศยุโรปเฉพาะประเทศเยอรมันโดยสมาคมสัตวแพทย์เยอรมันได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับใช้ในการทดสอบประสิทธิผลของสารฆ่าเชื้อโรคที่ใช้กับกระบวนการผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ ดังนี้

1. สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ทุกชนิดโดยคำนวณหาอัตราการลดเชื้อจุลินทรีย์ ภายหลังจากการใช้สารฆ่าเชื้อโรคเป็นเวลานาน 5 นาที และ 30 นาที โดยทั่วไปไม่ควรตรวจพบแบคทีเรีย ชนิด Staphylococus aureus และ Pseudomonas aeruginosa ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ
2. เป็นสารมีฤทธิ์เป็นกลาง และมีประสิทธิผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
3. สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในสภาวะที่มีอุณหภูมิต่ำ (20-10 องศาเซลเซียส)
4. สามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำที่มีความกระด้าง 300 ppm ca co3
5. ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสม ถ้าระยะเวลาสั้นใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถ้าใช้เวลานานประมาณ 60 นาที
6. ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวขอแนะนำให้รูจักผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคกลุ่ม Amphoteric Surfactant มีชื่อทางการค้า Ampholyt51 (Tego51) มีชื่อทางเคมี Alkyl Amino Acetic Acids ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติพิเศษสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ราเมือก ยีสต์ และไวรัส โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนก

สมาคมอนามัยและจุลชีววิทยา ประเทศเยอรมัน ได้ทดสอบประสิทธิผลการฆ่าเชื้อโรคกับแบคทีเรียหลายชนิดพบว่า Tego 51 ความเข้มข้น 1% สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้หมด (100%) ในช่วงเวลา 30 วินาที-1 นาที ส่วนประสิทธิผลการฆ่าเชื้อพวกราเมือก และยีสต์ ใช้เวลา 2 นาที และ 5 นาที นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ขจัดกลิ่นสกปรกได้เหมือนน้ำยาทำความสะอาด สามารถล้างออกได้ง่ายโดยใช้น้ำสะอาด และไม่มีสารตกค้าง ไม่เป็นสารตกค้างในดินและน้ำ ทำให้ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเจือจางแล้วไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และเยื่อบุต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่กัดกร่อนวัสดุที่ใช้ ใช้ได้กับพื้นผิวทุกชนิด

เมื่อพิจารณาถึงความเป็นพิษซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งอาจจะตกค้างและปนเปื้อนกับอาหาร และเป็นพิษต่อผู้บริโภค สาร Tego 51 ได้ผ่านการทดสอบความเป็นพิษจากสถาบันวิจัยอาหารและโภชนาการประเทศเยอรมัน สรุปได้ดังนี้
1. เมื่อให้หนูทดสอบกิน Tego 51 แบบเข้มข้นจะพบอัตราตายร้อยละ 50 ของหนูทดลอง เมื่อได้รับสารดังกล่าว 3,900-4,800 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กิโลกรัม
2. การทดลองหาความเป็นพิษเรื้อรังจากการบริโภค Tego 51 ของหนูทดลองนาน 2 ปี โดยใช้หนูทดลองกินอาหารที่มี Tego 51 ผสมในประมาณ 300 ppm (0.0003 กรัม) นาน 2 ปี ไม่พบว่าหนูทดลองมีความผิวปกติทั้งทางสุขภาพกายและพฤติกรรมของหนุทดลอง และไม่พบความผิดปกติที่จะแสดงว่าอาจจะก่อโรคมะเร็ง จากการทดลองดังกล่าวแสดงว่า สาร Tego 51 เป็นสารที่ไม่ก่อมะเร็ง

3. การทดสอบความเป็นพิษจากการหายใจเอา Tego 51 เข้าสู่ร่างกายหนูทดลองพบว่า หนูทดลองจะตายร้อยละ 50 ในสภาพอากาศที่มีไอระเหยของ Tego 51 (400 มิลลิกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร นาน 8 ชั่วโมง) ถ้ามีไอระเหย Tego 51 ต่ำกว่า 160 มิลลิกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร จะปลอดภัยไม่พบว่าหนูทดลองมีอาการผิดปกติใด  ๆ ได้ข้อสรุปว่า การมีไอระเหยของ Tego 51  (0.1%) ปะปนบรรยากาศไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อหนูทดลอง แม้จะอยู่ในสภาวะนั้นนานเท่าใด

ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคเกือบทุกชนิดย่อมมีการตกค้าง สำหรับการตกค้างของ Tego 51 ได้มีการทดลองของห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 พบว่า เมื่อใช้ Tego 51 ความเข้มข้น 1%  แช่ล้างผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ จะมีปริมาณสารตกค้างในปริมาณน้อยมาก คือ 0.12 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในผลไม้ 0.30 มิลลิกรัม ในเนื้อสัตว์ และ 2.06 มิลลิกรัม/กิโลกรัมในผัก เมื่อเปรียบเทียบกับการทดลองความเป็นพิษในข้อ 1 พบว่า เมื่อให้สัตว์ทดลองหนัก 1 กิโลกรัม Tego 51 3,900 มิลลิกรัม ซึ่งจะทำให้สัตว์ทดลองตายในอัตราร้อยละ 50

ผลกระทบของ Tego 51 ต่อสภาพแวดล้อม ผลการทดสอบพบว่าคุณสมบัติและการชะล้างของ Tego 51 จะสลายตัวได้ร้อยละ 98 สวนสารประกอบ Tego 51 จะสลายตัวได้มากกว่าร้อยละ 75 หลังจากใช้งานสู่สภาพแวดล้อม 30 วัน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมายของ German Detergent and Cleanser Law นอกจากนี้ยังพบว่า Tego 51 สามารถสลายตัวเมื่อยู่ในสภาพธรรมชาติได้ถึงร้อยละ 75 (+)(-) 4.8 จึงเป้นสารที่ไม่ตกค้างก่อให้เกิดการปนเปื้อนในธรรมชาติ